ล่าสุด

ต้องการ Samsung แบบไหน

Posted by admin Date: July 12, 2016

Samsung-s7

ต้องบอกก่อนเลยว่านี่เป็นความคิดเห็นส่วนตัวสำหรับผมเท่านั้นที่มองจากภูมิประเทศและสภาพอากาศบ้านเรารวมถึงกิจกรรมหรือเทศกาลต่างๆ อยากให้มือถือส่วนใหญ่ที่ผลิตออกมาสามารถกันน้ำได้ทุกรุ่นไม่ต้องกันได้ลึกถึง 1.5 เมตรแค่กันฝนได้ก็ดีใจแล้วด้วยสภาพอากาศที่ว่าอยู่ดีๆ ฝนก็ตกโทรศัพท์เสียหายอีกทั้งพอหน้าฝนทีไรภาคเหนือตกนานเป็นประจำ ภาคใต้ยิ่งฤดูฝนตกเยอะเป็นพิเศษ จนมาหลังๆ ถึงจะได้เริ่มพบเห็นว่าโทรศัพท์ของ Samsung เองได้เพิ่มประสิทธิ์ภาพเกี่ยวกับการกันน้ำลงไปแต่ก็เป็นรุ่นที่มีราคาสูงพอสมควร โดยรวมมองว่าเป็นจุดเด่นที่ดีอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้กับการกันน้ำที่มีน้อยรุ่นจะทำออกมาให้ได้ใช้งานกัน เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง IP ที่ขาดคุณสมบัติทางนี้อยู่และนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าเมื่อฝนตกแล้วจะมีใครต้องการเอาโทรศัพท์ไปเล่นกลางฝนโดยไม่ได้สนใจข้าวของอย่างอื่นที่อยู่ในตัวเสียเมื่อไหร่ ผมมองว่าเป็นการป้องกันอีกแบบที่ควรจะเพิ่มเติมลงไปเท่านั้น ถ้ามองถึงรูปลักษณ์ทั้งหมดของ Samsung จะได้เปรียบคู่แข่งที่ก่อนหน้าทำโทรศัพท์รุ่นกันน้ำออกมาแล้วอย่างตระกูล X ที่พักหลังจะดูเงียบลงไปมากความรู้สึกมองว่าการดีซายน์ไม่ครองใจลูกค้าอีกทั้งค่ายๆ อื่นๆ ยังไม่มีการทำแบบนี้ออกมาเป็นคู่แข่งเพิ่มเติม หากมองว่าเป็นโอกาสอีกแบบหนึ่งก็ได้เช่นกันซึ่งน่าจะมีการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับความคิดเห็นเรื่องนี้ แล้วพอถึงเทศกาลสงการณ์ออกไปเล่นน้ำก็กลัวโทรศัพท์จะพังหาซองกันน้ำมาใช้บางคนก็ช่วยได้บางคนก็พลาดน้ำเข้า จากที่กล่าวมาเป็นสิ่งที่ผมเห็นว่าเป็นเรื่องดีที่เราจะมีโทรศัพท์กันน้ำกันมากขึ้นกล้าใช้งานได้อย่างเต็มที่เหมือนกับตัวอย่างโฆษณาตอนนี้ของ galaxy-s7 ทำให้รู้สึกว่าได้เปิดมิติใหม่ๆ แล้วยิ่งใช้งานคู่กับแว่น VR ได้อีกเป็นอะไรที่แบบน่าสนใจมาก ซึ่งล่าสุดเห็นว่าแว่น VR 2 ราคาลดลงกว่ารุ่นแรกมากยอดขายดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนทำเอาหลายค่ายเร่งพัฒนาแว่น VR กันอย่างเต็มที่ตัวเลือกเพิ่มขึ้นในเวลาที่รวดเร็ว เห็นทีว่าการแข่งขันทางด้านนี้จะต้องทำสิ่งที่เป็นจุดเด่นใช้งานได้ทุกสภาวะน่าจะตอบโจทย์ผู้ซื้อในอนาคตได้เพิ่มขึ้นอีกเพียบ หากไม่มีอะไรแตกต่างก็จะเหมือนกับโทรศัพท์รุ่นอื่นๆ ที่ต้องคอยหลบน้ำทั่วไปเท่านั้นข่าวแว่วมาว่าค่าย IP อาจจะทำแบบกันน้ำออกมาให้ได้ใช้งานกันอีกด้วยถ้าหากเป็นแบบนั้นจริงส่วนแบ่งทางการตลาดอาจกระทบได้ไม่มากก็น้อย

พลาดได้ไงแว่น VR ความบันเทิงแบบใหม่

Posted by admin Date: July 11, 2016

ALL-VR

ได้เวลาเปิดโลกการมองเห็นแบบใหม่กันแล้วกับ VR (Virtual Reality) จากข่าวคราวน่าจะพอรู้กันแล้วว่าคืออะไร เอาเป็นว่าสำหรับคนที่ไม่รู้แว่น VR หรือที่เรียกว่าแว่นเสมือนจริงเป็นการรวบรวมวีดีโอที่ถ่ายในลักษณะ 360 องศาทำให้เมื่อผู้ใช้งานขณะสวมแว่นนั้นหมุนรอบตัวก็จะเห็นวิวโดยรอบราวกับว่าไปอยู่ที่ตรงนั้นจริงๆ รวมถึงการไปใช้งานเพื่อสื่อบันเทิงอื่นๆ ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ว่าสามารถรองรับการใช้งานได้หรือไม่ แล้วอย่างนี้จะทำอย่างไรได้นอกจากเปิดตัวสินค้าที่มีกันอย่างเต็มที่ โดยแต่ละบริษัทนั้นก็มีนแนวความคิดที่ไม่เหมือนกันเสียเท่าไหร่ตามวงการที่ผลิตอย่างเช่น บริษัทเกม บริษัทโทรศัพท์มือถือแม้แต่บริษัททางอาหาร Oculus ชื่อนี้คงจะเริ่มเป็นที่คุ้นหูกันบ้างแล้ว เป็นบริษัทที่ทำการพัฒนาอุปกรณ์ชิ้นนี้นั้นเองถือเป็นบริษัทรายใหญ่เลยก็ว่าได้ และได้ทำการพัฒนาให้กับบริษัทอื่นๆ อีก บริษัทเกมอย่าง PlayStation ได้เริ่มแผนการผลิตเกี่ยวกับ VR แล้วเช่นกันโดยที่คาดว่าจะพร้อมใช้งานปลายปีนี้กับเครื่องเล่นเกมที่ตนเองมี ซึ่งหากจะมองว่าเป็นแบบนั้นก็ไม่ผิดอะไรเพราะดูเหมือนว่าจะเป็นค่ายเดียวในเครื่องเกมสมัยนี้ทางบริษัทยังระบุด้วยว่าภายในสิ้นปีนี้คาดว่าจะมีเกมพร้อมให้เล่นถึงประมาน 50 เกมส่วนราคานั้นก็ต้องรอดูกันต่อว่าจะแพงมากน้องเพียงใดหรือต้องซื้ออุปกรณ์เสริมอีกหรือไม่ ค่าย VR จากโทรศัพท์มือถือส่วนใหญ่จะใช้การเล่นประกอบกับโทรศัพท์ซะส่วนใหญ่แต่มีเพียงไม่กี่ค่ายเท่านั้นซึ่งนั้นก็ทำให้ราคาที่ผลิตออกมาสูงด้วยเช่นกันอย่าง VR ของ LG ที่ต้องใช้สาย USB เชื่อมต่อเข้ากับแว่นซึ่งก็จะทำให้น้ำหนักแว่นลดลงแต่เพิ่มสายเข้าไปแทนทำให้ไม่สะดวกหรือไม่ ต่างกับรุ่นที่เอาโทรศัพท์ใส่เข้าไปในตัวแว่นตาเลย   แบรนด์อาหารฟาสต์ฟูดไม่น้อยหน้าค่ายอื่นเอาบ้าง ทำแว่นออกมาเองโดยเมื่อสั่งอาหารชุดที่จัดไว้ให้จะได้รับกล่องที่ใส่อาหารซึ่งเมื่อนำมากันแล้วจะกลายเป็นแว่นตา VR แบบกล่องกระดาษซึ่งมีเพียงประเทศเดียวเท่านั้นที่มีแบบนี้ แต่หากพูดถึงเวลาขณะนี้แล้วแว่น VR มีให้เลือกหลายเกรดหลายบริษัทที่ทำออกมาทั้งลด ทั้งแถม ซื้อของได้แว่นก็มี บางท่านใช้งานแล้วรู้สึกไม่ชอบก็มี ปวดตาปวดหัว หากเป็นแบบนั้นแนะนำว่าให้ท่านลองทดสอบก่อนที่จะทำการซื้อจริงดีกว่าหลายๆ ที่มีให้ทดสอบกันแล้วค่อยตัดสินใจหรือจะสั่งจาก Google cardboard […]

โทรศัพท์สมัยใหม่ปลอดภัยขึ้น

Posted by admin Date: July 8, 2016

Finger-mobile

จากแต่เดิมนั้นโทรศัพท์มือถือที่เราใช้งานกันเป็นเพียงการใช้งานพื้นฐานที่แค่โทรและรับส่ง sms เท่านั้นหาไปก็ยังไม่มีอะไรที่น่าเสียดายรวมถึงข้อมูลที่มีเพียงเล็กน้อยเท่านั้นซึ่งอาจจะไม่สำคัญด้วยซ้ำไป ใครก็สามารถปลดล็อคเข้าใช้งานได้ง่ายๆ ความปลอดภัยต่ำ เมื่อต่อมาพัฒนาให้เป็นการใสรูปแบบการป้องกันทำให้เข้าถึงได้ยากขึ้นอีกเพียงนิดเท่านั้น อย่างบางท่านอาจจะเคยเจอเพื่อนที่เมื่อเราปลดล็อคโทรศัพท์แล้วเค้าเห็นพอเราไม่อยู่วางโทรศัพท์ไว้ก็หยิบไปปลดล็อคได้อย่างสบายแต่หากไม่เคยเห็นก็ต้องใช้เวลาเสียหน่อยแต่ไม่นานก็ทำได้แน่นอน แต่สิ่งที่กลับเพิ่มขึ้นคือทุกวันนี้เราใช้งาน Smartphone เหมือนเป็นทุกอย่างไม่ว่าจะแทนสมุดโน้ต ตารางการทำงาน กล้องถ่ายรูป กล้อง VDO เครื่องที่ ถึงขั้นเป็นสมุดบัญชีเคลื่อนที่และแทนกระเป๋าสตางค์กันแล้ว ด้วยความสามารถที่เพิ่มขึ้นนี้เองทำให้ต้องมีการคิดค้นวิธีการใหม่ๆ มาเสริมระบบรักษาความปลอดภัยให้กับโทรศัพท์ของเรา นอกจากการวาดรูปแบบแล้วยังมีการบังคับให้ใส่รหัสซ้ำอีกครั้งบางทีนั้นจะมาในรูปแบบของตัวอักษรที่ต้องป้อนเข้าไปทำให้เกิดการคาดเดาได้อยาก จนปัจจุบันนี้ได้มีการนำระบบ ไบโอเมตริก (Biomatrics) ที่รวมเอาเทคโนโลยีต่างๆ มาประกอบกันเป็นระบบสแกนลายนิ้วมือ โดยโทรศัพท์มือถือที่มีการใช้งานในปัจจุบันจะเป็นรุ่นที่เรียกว่า Hi-end หรือรุ่นที่ดีที่สุดและเมื่อมีบริษัทจำหน่ายโทรศัพท์มือถือหลายค่ายได้เล็งเห็นในความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ จึงได้เริ่มนำมาประยุกต์ใช้งานกับโทรศัพท์มือถือของตนเองบ้าง กลายเป็นว่าโทรศัพท์ที่มีราคาระดับกลางหรือประมาน 1 หมื่นบาทซึ่งบางรุ่นอาจถูกกว่านี้ได้มีการสแกนลายนิ้วมือกันแล้ว หากมองกลับกันเป็นผลดีต่อผู้ใช้งานที่เพิ่มความมั่นใจในการเลือกใช้งานกับราคาที่สู้ไหว ยิ่งไปกว่านั้นมีข่าวเกี่ยวกับความปลอดภัยในโทรศัพท์อีกรูปแบบหนึ่งหากใครติดตามข่าวสารน่าจะพอรู้ว่าคืออะไร สแกนม่านตานั้นเองเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่สามารถลอกเรียนกันได้ แต่ลายนิ้วมือนั้นเคยมีน้องท่านหนึ่งนอนหลับแต่แฟนแอบเอานิ้วไปสแกนโทรศัพท์สุดท้ายปลดล็อคเครื่องได้ อาจเป็นจุดหนึ่งที่ทำให้เกิดการใส่ระบบป้องกันเพิ่มขึ้นไปอีกอย่างน้อยๆ ต้องแหกตากันบ้างแล้วถึงจะใช้งานโทรศัพท์กันได้ท่านใดหลับลึกหน่อยก็ถือว่าแย่แน่คราวนี้ นี่ยังไม่พูดถึงเรื่องการใช้รูปแบบทางชีวภาพแบบอื่นอีกที่อุปกรณ์อื่นสามารถทำได้เช่น เสียงและใบหน้า อนาคตจะเป็นอย่างไรมีอะไรใหม่ๆ เพิ่มเติมเพื่อรักษาความปลอดภัยให้โทรศัพท์ของคุณต้องรอดูกันต่อไป ครั้งหน้าจะเป็นอะไรติดตามดูกัน

Wearable มาแรงน่าใช้งาน นาฬิกา

Posted by admin Date: July 6, 2016

wearable-gadget

เป็นอุปกรณ์สวมใส่ที่สามารถใช้เป็นเครื่องประดับใช้งานได้ในชีวิตประจำวันช่วยในการติดต่อสื่อสารระหว่างอุปกณ์ที่สวมใส่กับโทรศัพท์มือถือไม่ว่าจะนาฬิกา สร้อยข้อมือ หูฟัง แว่น VR ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นโดยเริ่มมีการจำหน่ายเป็นทางการเมื่อปี ค.ศ. 2013 ที่ทำให้ได้รับการจับตาดูทำให้เกิดความสะดวกสบายต่อการใช้งาน โดยที่ Wearable มีอุปกรณ์แยกเป็นแบบเฉพาะทางอีกด้วย หากเป็นนาฬิกาก็สามารถที่จะใช้งานเพื่ออ่านข้อความต่างๆ ได้ทันทีซึ่งทำให้ผู้ใช้งานไม่ต้องหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อดูเหมือนแต่ก่อนลูกเล่นที่ใส่มาให้ได้ใช้งานกันแตกต่างตามแต่ผู้ผลิตเช่นโทรศัพท์คุยกันผ่านที่ตัวนาฬิกา รับส่งข้อความ แจ้งเตือนสิ่งต่างๆ และ Wearable สมัยนี้มีการส่งเสริมให้คนรักสุขภาพกันมากขึ้นด้วย เรียกได้ว่าทุกชิ้นจะต้องมีเซ็นเซอร์วัดอัตราการทำงานของร่างกาย การใช้งานระหว่าง Wearable กับโทรศัพท์มือถือจะเชื่อมต่อกันผ่าน Bluetooth ราคานั้นก็ขึ้นอยู่กับวัสดุและอุปกรณ์ ค่ายไหนที่น่าสนใจวัสดุเป็นอย่างไรรวมถึงราคาตามไปดูกัน ASUS ZenWatch 2 หลายคนน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดีกับค่ายนี้ด้วยเทคโนโลยีทางคอมพิวเตอร์ที่แพร่หลายในปัจจุบัน ทำให้ได้เปรียบคู่แข่งอยู่หน่อยๆ ทำให้การผลิตออกมาได้ในราคาที่ค่อนข้างถูกเปิดตัวราคาอยู่ที่ 5,000 บาทเท่านั้นเป็นราคาที่หลายๆ คนสามารถเป็นเจ้าของได้ Samsung Gear S2 Classic เป็นการต่อยอดมาจากรุ่นแรกที่ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีมากกว่าค่ายอื่นที่เปิดทำการขายในช่วงเดียวกัน รุ่นนี้ได้มีการพัฒนาการปรับเปลี่ยนๆ ต่างๆ ให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น รุ่นแรกจะออกเป็นแบบสี่เหลี่ยมมีปุ่มกดเพื่อปรับเปลี่ยนเมนูหรือดูสิ่งต่างๆ รุ่น 2 สามารถหมุนที่ขอบหน้าปัดเพื่อให้เมนูแน่นอนว่ามาพร้อมกับเมนูที่ครบเครื่องหรืออาจจะมากกว่าในโทรศัพท์มือถือด้วยซ้ำไป เท่านั้นยังไม่พอพ่วงมาด้วย Gear Fit 2 สำหรับคนรักสุขภาพโดยเฉพาะ ราคาถูกกว่า Samsung Gear […]

ปัจจัย 5 ก่อนออกจากบ้าน

Posted by admin Date: July 6, 2016

Mobile-Old

สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยสำหรับยุคปัจจุบันจนกลายเป็นปัจจัยที่ 5 ประจำตัวใครหลายๆคนไปแล้วคือโทรศัพท์มือถือนั้นเอง หากมองว่าในปัจจุบันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญหรือไม่บอกได้ว่าค่อนข้างสำคัญเพราะนอกจะอำนวยความสะดวกในการติดต่อสื่อสารที่รวดเร็วแล้วหากเกิดปัญหาต่างๆ สามารถขอความช่วยเหลือได้ทันที จึงทำให้หลายๆ คนต้องมี ซึ่งปัจจุบันมีหลายราคาขึ้นอยู่กับการใช้งาน ถ้าใช้งานเพียงโทรติดต่ออย่างเดียวราคาหลักร้อยก็นับว่าเพียงพอแล้วที่จะใช้งาน และราคาหลักพันไปจนถึงราคาหลักหมื่นจะเพิ่มความหลายหลากในการใช้งานที่มากขึ้นตามไปด้วยหรือลูกเล่นเยอะกว่านั้นเอง สำหรับตลาดการแข่งขันในยุคนี้เปิดกว้างมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนทำให้มีตัวเลือกที่เพิ่มขึ้นราคาถูกขึ้น โทรศัพท์มือถือที่เมื่อก่อนได้รับความนิยมเป็นอย่างมากได้แก่ Nokia , Motorola , Alcatel , Ericsson , Siemens ที่การใช้งานเป็นจอขาวดำบางรุ่นอาจจะมีเกมให้เล่นนิดหน่อย หลังจากนั้นไม่นานได้เริ่มเข้าสู่การพัฒนามาเป็นจอสีพร้อมมีระบบปฏิบัติการที่แตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับผู้ผลิตที่หาจุดเด่นเป็นของตนเองสร้างความเป็นแบรนด์ที่ไม่เหมือนใคร   มือถือที่เรียกได้ว่าออกมาได้ครอบคลุมกลุ่มผู้ใช้งานมากที่สุดเห็นจะเป็น Samsung ที่ในแต่ละปีผลิตออกมาหลายรุ่นหลายราคาจนกระทั้งมีคู่แข่งที่สำคัญอย่าง IPhone เปิดตัวออกมาพร้อมกับระบบการทำงานที่คิดค้นด้วยตนเองอย่าง IOS ที่เหมาะกับโทรศัพท์ของตัวเอง ทำให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพด้วยการที่เป็นระบบเฉพาะทุกอย่างต้องผ่านการทดสอบก่อนเช่นแอพพลิเคชั่นเมื่อทำงานได้ดีจึงปล่อยให้แก่ผู้บริโภคได้ใช้งานส่วนใหญ่แล้วจะมีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งมากกว่าระบบแอนดรอยที่เปิดอิสระให้นักพัฒนาสามารถนำแอพพลิเคชั่นต่างเผยแพร่สู้สาธารณะได้ จนมีคนกล่าวไว้ว่า IPhone เป็นโทรศัพท์ของคนรวย ซึ่งจริงหรือไม่นั้นคืออยู่กับแต่ละบุคคลเพราะอย่างไรแล้วก็มีทั้งเสียเงินหรือไม่เสียให้ได้เลือกใช้งานเช่นกัน ยุคที่การตลอดเปิดกว้างรวมถึงเทคโนโลยีต่างๆ พัฒนาเริ่มได้มีแบรนด์โทรศัพท์จากทั่วโลกแข่งขันกันเพื่อชิงส่วนแบ่งทางการตลอดกันมากขึ้นทำให้ในแต่ละวันจะการโฆษณาเป็นประจำ มีการจัดโปรโมชั่นต่างๆ เพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้าอยู่เป็นประจำเมื่อมีการเปิดตัวโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ๆ หรือหากใครเป็นสาวกโทรศัพท์ค่ายไหนก็จะคอยติดตามและเปลี่ยนรุ่นใหม่อยู่เสมอ สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะใช้งานโทรศัพท์รุ่นไหนก็ควรใช้งานตามกำลังที่เรามีอย่าตามกระแสมากไปไม่อย่างนั้นอาจจะเป็นหนี้ได้โดยไม่รู้ตัว ปีหนึ่งมีออกมาให้เลือกไม่น้อยกว่า 20 รุ่นในทุกค่ายเปลี่ยนบ่อยก็ไม่ไหวนะครับ ครั้งหน้ามาดูพัฒนาการของแต่ละยักษ์ใหญ่ว่าเป็นอย่างไรบ้าง